8 พฤษภาคม 2558 (ศุกร์)

Just because you need someone,

doesn’t mean you need them back in your life.

Missing is just a part of moving on.

อ่านเจอที่เพจ สมาคมนิยมหนังหวาน แล้วมีแปลไว้ด้วยว่า…

แค่คิดถึงคนบางคน

ไม่ได้หมายความว่าคุณต้องการเค้ากลับมาในชีวิต

ความคิดถึง เป็นแค่ส่วนหนึ่งของการก้าวต่อไป

ความคิดถึงแบบนี้สำหรับฉันเกิดขึ้นกับคนที่เดินผ่านเข้ามา แล้วก็เดินจากไป (เกี่ยวเนื่องมาจากเรื่องเล่าคราวที่แล้ว กำไรชีวิต…) จริงอยู่ในช่วงแรกของการคิดถึงแบบนี้ ฉันไม่หลอกตัวเองว่าอยากให้เค้ากลับมาในชีวิต แต่เมื่อเวลาผ่านไป ความคิดถึง จึงเป็นส่วนหนึ่งของการก้าวต่อไปอย่างที่ Rom Com (Romantic & Comedy Movie Society) แปลเอาไว้ แต่ก็แอบมี hurt เล็กๆ นะเวลาหันกลับไปมอง

ต่างจากความคิดถึงอีกแบบที่เรารู้ว่า…เราก็ถูกคิดถึงเหมือนกัน ความคิดถึงแบบนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งของการก้าวต่อไปเหมือนกัน มีความอบอุ่น อุ่นใจอยู่ในความคิดถึงเหล่านั้น

ว่าแต่…ตอนนี้…คนอ่านมีความคิดถึงอย่างไหนกันอยู่ อย่างแรกหรือว่า…อย่างหลัง…

09:03

031

09:03

5 พฤษภาคม 2558 (อังคาร)

วันสองวันมานี่คำว่า ‘กำไรชีวิต’ เข้ามาวนเวียนในความคิดบ่อยครั้ง อะไร อย่างไร แบบไหน ถึงเรียกว่ากำไรชีวิต มานั่งนึกๆ สิ่งมีชีวิตไม่ควรเรียกว่าเป็นกำไรชีวิต ฟังแล้วมันเหมือนไม่มีค่า ไม่มีความหมาย มีก็ดี ไม่มีก็ได้

‘กำไรชีวิต’ น่าจะเป็นประมาณนี้มั้ย…

อยู่เกิน 70 – 80 ก็ถือว่าเป็นเป็นกำไรของชีวิตแล้ว (เพราะไม่คิดว่าจะอยู่นาน อิอิ)

ได้มีโอกาสไปเยือนที่นี่ เป็นกำไรของชีวิต (การเดินทางลำบาก เดินทางไปยาก ฯ)

หรืออย่างไร…

11:16

009

15 เมษายน 2558 (พุธ)

จะอ่านหนังสือแต่ละครั้งทำไมสิ่งประกอบการอ่านมันถึงได้เยอะนัก ก็ช่วยไม่ได้นี่นะ… อย่างแรกคือความรู้สึกในขณะที่อ่านบรรทัดนั้น ประโยคนั้น ย่อหน้านั้น หน้านั้น ของหนังสือเล่มนั้น ขืนรอให้อ่านจบเล่มแล้วมานั่งบรรยาย ฉันมีหวังลืมแน่นอน ชอบขีดเส้นใต้หรือไม่ก็โน้ตเล็กๆ เอาไว้ แล้วทำป้ายกระดาษแผ่นจิ๋วๆ ที่เรียกกันว่า index แปะคั่นหน้าที่ชอบใจ พอเป็นอย่างนี้เข้าอุปกรณ์เลยมีวางไว้อยู่ข้างๆ เสมอ ไม่ว่าจะเอาหนังสือไปนอนอ่านบนเตียงข้างหน้าต่างกลมๆ นั่น หรือจะนั่งอ่านที่โต๊ะทำงานข้างหน้าต่างมุ้งลวดเหล็กดัดอย่างโบราณ

สมุด ดินสอ ยางลบ post it และกรรไกร คืออุปกรณ์เสริมการอ่านของฉัน สมุดเอาไว้จดสิ่งละอันพันละน้อย ความรู้สึก หรือคำถามที่เกิดขึ้นในระหว่างการอ่าน ส่วนมากฉันใช้ดินสอในการจดบันทึก ในความรู้สึกส่วนตัวมันสะอาดตา แล้วมีส่วนช่วยในการกำกับการเขียนให้ลายมือคงที่ดีงาม ยางลบเอาไว้ลบคำที่ฉันเขียนผิด (ไม่ชอบการขีดฆ่าแล้วเขียนใหม่) กรรไกรเอาแล้วตัด post it เพื่อเอาไว้คั่นหน้าที่มีประโยคประทับใจ อ้อ…จริงสิ…อีกอย่างที่ไม่เคยขาด ที่คั่นหนังสือ (ลืมได้งัยเนี่ย) เพราะเป็นไม่นิยมการพับที่มุมกระดาษ

หนังสือแต่ละเล่มมีเสน่ห์แตกต่างกัน เหมือนคนนั่นแหละ น้องชายฉันเปรียบไว้…ความรักก็เหมือนหนังสือ ถ้ากำลังหลงรักก็จะหยิบมาอ่านบ่อยๆ หรืออาจถือติดมือไว้เลยก็ว่าได้ แต่หากไม่รัก เบื่อ ก็จะถูกวางทิ้งไว้อย่างไม่ใยดี เห็นภาพเลย

18:43

095

14 เมษายน 2558 (อังคาร)

บทสนทนาวันหนึ่งใจความคือ แบ่งปันแข่งเรือใบคัดตัวไปแข่งที่หัวหิน ตัดสินใจแบบปุบปับชวนนายสองข้าวไป แล้วก็ถูกหักหลัง เพราะได้ยินแว่วมาว่าไม่อยากไปกัน ชริส์…ไปคนเดียวก็ได้ ว่าแล้วก็เก็บเสื้อผ้า เอากระเป๋าโยนใส่รถไปคนเดียว ปลายทางสัตหีบ

อูว์…แบ่งปัน…แม่โอล่ะปลื้มในความพยายาม อดทน มุ่งมั่น แดดจัดจ้าน ลูกต้องแข่งลอยอยู่กลางทะเล ตอนลูกแข่ง โห่…อิแม่ตื่นเต้น ตะโกนเชียร์จากฝั่ง “แบ่งปัน come on สู้ สู้ ลูก” (ลูกคงจะได้ยินหรอกนะ ^^)

สรุป…ติด 1 ใน 20 เป็นตัวแทนไปแข่งในนาม สมาคมเรือใบแห่งประเทศไทย รายการ หัวหินรีกัตตา 2015 เรือใบประเภท Optimist กลุ่ม B มือใหม่

เก่งมั้ยเล่า…เก่งมั้ยเล่า…

Day2-032

4 เมษายน 2558 (เสาร์)

เมื่อวานขับรถไปนครปฐม พาปุ้นไปกราบพระพิฆเนศที่พระราชวังสนามจันทร์ ออกจากบ้านแปดโมงกว่าแล้ว ถึงที่นั่นเกือบสิบโมง รถติดระหว่างทางนิดหน่อยช่วงทำถนน พอไปถึงสองคนแม่ลูกก็แยกกันเดินทันที ปุ้นสนใจรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ของสถานที่ ใช้สายตาเก็บภาพ ส่วนฉันมองความสวยงามร่มเย็น แล้วเก็บความทรงมาจำมาด้วยภาพถ่าย อากาศร้อนจัด แดดดี ฟ้าสวย แล้วด้วยเวลาที่ไปถึงยังค่อนข้างเช้า นักท่องเที่ยวจึงยังไม่ค่อยมี โอย…เพลิน… แม่ไปทาง ลูกไปทาง เดินเล่นกันอยู่เกือบสองชั่วโมง เพื่อนก็มารับไปกินข้าวเที่ยง อิ่มกันเรียบร้อยก็ร่ำลาแยกย้าย ก่อนกลับกรุงเทพฯ แวะกราบองค์พระปฐมเจดีย์

“จะเดินดูรอบๆ มั้ยปุ้น”

“ไม่ไหวแม่โอ ร้อนมาก ปุ้นปวดหัว กลับกันดีกว่า”

แหม่…ไม่อึดเหมือนแม่เล้ย เอ้า…กลับก็กลับ… พอขึ้นรถได้แอร์เย็นๆ ก็หลับยาว อิแม่ก็ฟังเพลงขับรถป่ายซ้ายป่ายขวากลับเข้าเมืองกรุง สนุกดี เสียดายอย่างเดียว ปั้นน่าจะมาด้วยกัน เวลาไปไหนกันสามคนแม่ลูกจะมีอะไรคุยกันให้หัวเราะกันดังลั่นอยู่เสมอ ก็เป็นหนุ่มกันหมดแล้วนิ

07:00

003

28 มีนาคม 2558 (เสาร์)

เพื่อความอุ่นใจในการสอบเข้าเรียนต่อในระดับอุดมศึกษา การบนจึงได้เริ่มขึ้นเมื่อขึ้นชั้น ม. 6 ฉันเป็นอีกคนหนึ่งเช่นกันเพราะความไม่เอาถ่านในการเรียน บนไข่ต้มกับพระแก้วมรกตที่วัดพระแก้ว (ตอนนั้นคนไม่มากมายขนาดนี้) บนพวงมาลัยเจ็ดสีเจ็ดศอกที่ท้าวมหาพรหม โรงแรมเอราวัณ สอบติดคณะอะไร เรียนที่ไหน ยังงัยเอาหมด

ตอนเลือก 6 อันดับ แก้แล้วแก้อีก ไปหาอาจารย์ที่ปรึกษาบ่อยมาก อยากเลือกอักษรจุฬา วารสารธรรมศาสตร์ อย่างเพื่อนเค้าก็ทำไม่ได้เพราะเกรดเฉลี่ยสะสมไม่ดีงาม อาจารย์ต้องค่อยๆ ปลอบ ให้ปรับอันดับของคณะที่จะเลือก เพราะถ้าเลือกไม่ดีจะหลุดลงมาทั้งหมด ไม่ติดอะไรเลย จำได้ว่าแก้จนวันสุดท้ายที่ต้องยื่นใบสมัคร อาจารย์ถึงกับขอดูก่อนยื่นเพราะกลัวลูกศิษย์เกเร

พอมาถึงคราวตาปั้น ก็บนอีก คราวนี้บนกับพ่อขุนรามคำแหงที่สุโขทัย ตอนรู้ว่าสัมภาษณ์ผ่านที่ SIIT เมื่อสิ้นปีที่แล้วก็พาขึ้นไปแก้บน กลับมาบนเพิ่มเติมกับหลวงพ่อโสธรว่าจะถวายไข่ต้ม 100 ฟอง ละครรำ ถ้าติดที่ลาดกระบัง นี่เพิ่งพาไปแก้บนเมื่อวันพฤหัส ขับรถไปฉะเชิงเทรากันสองคนแม่ลูก แต่ขอโทษเหมือนไปคนเดียวเพราะอิปั้นมันหลับทั้งขาไปและกลับ ยัง…ยังไม่หมด…ต้องถวายผลไม้เจ้าแม่กวนอิมที่ห้องพระที่บ้านอีก

ที่พึ่งทางใจ เข้าใจแหละ เพราะแม่มันก็เป็น แหะๆ

09:48

007

25 มีนาคม 2558 (พุธ)

ฝนเอย…ทำไมจึงตก

ฝนเอย…ทำไมจึงตก

จำเป็นต้องตกเพราะว่ากบมันร้อง…

เมื่อวานตอนเที่ยงฝนตกกระหน่ำลงมาซะงั้น เพิ่งพานายเฮกเตอร์ไปขัดเคลือบสีที่ศูนย์ Honda มาเมื่อวันเสาร์ กะจะหล่อยาวๆ เจอฝนเมื่อวานเซ็งเลย ฟ้าก็แรงร้องดังน่ากลัว อุดหู คอย่น หลับตาปี๋ ไม่ได้กลัวฟ้าผ่าเพราะสาบานอะไรไว้หรอกนะ แต่กลัวฟ้าร้องเสียงดังๆ อยู่แล้ว ตามประสาคนว่างงาน เลยนอนอ่านหนังเพลินจนถูกหนังสืออ่านไปตอนไหนไม่รู้ตัว ก็อากาศมันเป็นใจให้ขี้เกียจ เย็นๆ ชื้นๆ เสียงฝนคุยกัน ทะเลาะกันเป็นบางจังหวะ มีฟ้าคอยส่งเสียงคำรามเป็นกรรมการห้ามอยู่เป็นระยะ…ระยะ…

รู้สึกตัวอีกทีก็มีแต่เสียงเปาะแปะของหยดน้ำฝนที่ค้างอยู่บนใบไม้ พอเจอลมทีก็ร่วงตกพื้น จำได้ว่าคราวก่อนๆ เคยบ่นๆ ว่าฝนตกแล้วเพิ่งหยุด บีบอก “ลงไปถ่ายรูปหยดน้ำสิส้มโอ” พอมาครั้งนี้เลยคว้ากล้องลงไปที่สนาม เดินถ่ายรูปใบไม้ ดอกไม้ ดอกหญ้า ไปเรื่อย มันคือความสุขในชีวิตนี่นะ

070

09:29